• KETSIREE TURY

ประเภทของโรงเรียนรัฐบาลในอเมริกา

Updated: Apr 11


โรงเรียนในอเมริกามีแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักใหญ่ๆ เหมือนทุกประเทศทั่วโลก คือ โรงเรียนรัฐบาล Public School และ โรงเรียนเอกชน Private School ขออนุญาตพูดถึงเฉพาะโรงเรียนรัฐบาลนะคะ ส่วนโรงเรียนเอกชน ไม่ขอพูดถึง เพราะกรณีนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นฝ่ายเลือกโรงเรียนเองอยู่แล้ว อีกอย่างโรงเรียนเอกชนไม่ได้เป็นทางเลือกของที่บ้านด้วยค่ะ เนื่องจากเราสามารถเลือกโรงเรียนรัฐบาลดีๆ ที่เรียนฟรีได้ ลองไปอ่านดูได้ในบทความ การเลือกโรงเรียนให้ลูกในอเมริกา ได้ค่ะ


โรงเรียนรัฐบาล หรือ Public School ตามที่ผู้เขียนขอรวบรวมให้เข้าใจง่าย มี 3 ประเภทหลัก คือ Public School ทั่วไป, Magnet School และ Charter School (และอีกประเภทคือ Home School แต่ขอละไว้นะคะ เพราะไม่ได้ศึกษาด้านนี้ รู้เพียงว่ามีหลักสูตรจาก School District ที่ต้องเรียนตามระบบแบบแผน และมีสอบประเมิณผลวัดระดับ กี่ครั้งก็ว่าไปในแต่ละปี)


โรงเรียน Elementary ที่เคยดูๆ ไว้สมัยตอนอยู่รัฐมิชิแกนค่ะ ดูดีถูกใจแม่


ที่แบ่งออกมาลักษณะนี้เพราะ Public School, Magnet School และ Charter School โรงเรียน 3 ประเภทนี้ ไม่มีค่าเล่าเรียน เรียนฟรีทั้งหมดค่ะ (เย้!) และโรงเรียนที่นี่ไม่มีสอบเข้า แต่จะแตกต่างออกไป ตามวิธีสมัครเข้าเรียนและการบริหารงานของโรงเรียน


Public School ตรงตัวเลยก็คือ โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนรัฐบาลในอเมริกา โดยทั่วไป ไม่มีการสอบเข้า ไม่มีจ่ายแป๊ะเจี๊ยะหรือรับบริจาคเงิน (เพื่อมีสิทธิ์ได้เข้าเรียน) เพราะฉะนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการเรียน ความเก่ง ความสามารถ เงินในกระเป๋า หรือ เรารู้จักใครบ้าง แต่จะขึ้นอยู่กับที่อยู่อาศัย หรือ residential address เป็นหลัก บ้านที่อาศัยอยู่ อยู่ในบริเวณโซนโรงเรียนอะไร ก็มีสิทธิ์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนตามโซนนั้นๆ สามารถยื่นใบสมัครเข้าได้เลย ถ้าเป็นโรงเรียนดัง Rating ดี คนที่อยู่นอกโซนโรงเรียน แทบจะไม่มีสิทธิ์เข้า เพราะนักเรียนเต็มโควต้า เพราะฉะนั้น การเลือกบ้าน = การเลือกโรงเรียน สำคัญมากๆ สามารถไปอ่านบทความ การเลือกโรงเรียนให้ลูกในอเมริกา กันได้ค่ะ





Public School แต่ละที่ โดยเฉพาะ High School ก็อาจจะมีเสริมหลักสูตร Magnet Programs อยู่ภายใต้หลักสูตรหลักอีกที สามารถศึกษาหาจุดเด่นของแต่ละโรงเรียนได้จากเว็บไซต์ School District หรือ ผู้รู้ในท้องถิ่น เช่น บาง High School เน้น Medical Fields ด้านการแพทย์ บางที่เน้นหลักสูตร Culinary Arts เรียนต่อด้านทำอาหาร หรือ บางโรงเรียนเน้น Aerospace Engineering ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ และ บาง High School ก็มีจุดแข็งด้านความสัมพันธ์กับ Community College สามารถเรียนหลักสูตรเก็บเครดิตของมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย เป็นต้น ซึ่ง Magnet Programs ในโรงเรียน Public School นั้น ถ้าเราบ้านอยู่ในโซนโรงเรียนและมีเกรดเฉลี่ยเพียงพอตามที่เค้ากำหนด ก็จะได้เปรียบ สามารถเข้าได้ง่ายกว่าเด็กนอกโซนโรงเรียนค่ะ และบางโปรแกรมก็จะเปิดรับแต่เด็กในโซนเท่านั้น


เท่าที่ดูๆ มา ข้อดีที่สุดของ Public School เทียบกับ Charter School โดยรวม และ Magnet School บางที่ คือ Public School มีงบสร้าง Facility มากที่สุด หรือ มีแพลนงานการสร้างโรงเรียนที่มีการวางแผนมาอย่างดี ให้เหมาะกับการเรียน การสอน อีกข้อแตกต่างหลักระหว่าง Public School กับ Magnet School และ Charter School คือ โรงเรียน Public School หลายๆ ที่จะมีรสบัส รับ-ส่ง แต่ Magnet School และ Charter School โดยส่วนใหญ่ ผู้ปกครองจะต้องมีหน้าที่รับส่งเอง




โรงเรียนนี้มี Magnet Program ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ หรือ Aviation and Aerospace Engineering

Magnet School แปลตรงตัวคือโรงเรียนแม่เหล็ก โรงเรียนที่มีแรงดึงดูด ใครๆ ก็อยากเข้า และมีปริมาณโรงเรียนน้อย ถือเป็น Public School เพราะข้อกฎระเบียบขึ้นอยู่กับ School District นั้นๆ เพียงแต่หลักสูตรของ Magnet School จะมีจุดเด่น หรือ หลักสูตรเสริมพิเศษของแต่ละที่ เช่น บางโรงเรียนเน้นด้าน STEM (Science, Technology, Engineering & Math) บางโรงเรียนเน้นด้านภาษา มีภาษาเสริมขึ้นมานอกจากภาษาอังกฤษ และบางโรงเรียนก็จะเน้นด้าน Performing Arts หรือ ศิลปะการแสดง เป็นต้น


ซึ่งข้อแตกต่างหลักๆ ระหว่าง Public School และ Magnet School ก็คือ โดยมาตรฐาน ทุกคนมีสิทธิ์เข้าเรียนเท่ากันหมด บ้านอยู่ที่ไหน ก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้ โดยผ่านระบบล็อตเตอร์รี่ ดวงใครดวงมันไม่เกี่ยวกับผลสอบ ยกเว้น 2 กรณี ที่จะมีสิทธิ์สูงกว่าคนอื่นๆ คือ 1. คนที่บ้านอยู่ในโซนโรงเรียน หรือ School District และ 2. คนที่มีพี่น้องเรียนอยู่ในโรงเรียน Magnet นั้นๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การเลือกบ้าน = การเลือกโรงเรียน ยังไงก็ได้เปรียบ


Hogwarts โรงเรียนที่แม่อยากเข้า >__< อันนี้ขำๆ นะคะ เปรียบเปรยความเป็น Magnet School ด้านเวทย์มนต์

Magnet School เปรียบเสมือนโรงเรียนเอกชนในระบบรัฐ เนื่องจากต้องใช้ความพยายามในการเข้าเรียนมากกว่าโรงเรียนทั่วไป ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะใส่ใจในการเล่าเรียนของลูกมากกว่า เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ โรงเรียน Magnet School จะมีคะแนนผลการสอบที่สูงกว่า Public School ทั่วไป และข้อดีอีกข้อนึงคือสัดส่วนของ student: teacher จะน้อยกว่า เพราะรับนักเรียนในปริมาณน้อยกว่า ส่วนในแง่ของการบริหารจัดการ นอกจากจะต้องมีกฎข้อระเบียบจาก School District ก็จะมีระบบของหลักสูตร Magnet ช่วยบริหารควบคุมดูแลอีกทีนึง

หนึ่งในโรงเรียนที่พิเศษหน่อยใน Magnet School คือ Gifted School โรงเรียนสำหรับเด็ก Gifted (เด็กที่มีไอคิวดีเป็นพรสวรรค์) นอกจากนั้นก็ยังมีโรงเรียนรัฐบาลที่มี Gifted Program หรือ Enrichment Program ด้วยนะคะ อันนี้เป็นข้อมูลสุด exclusive ไว้จะมาเล่าให้ได้ฟังกันค่า


Note: โรงเรียน Magnet School เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าโรงเรียนรัฐบาลในทุกแง่มุมนะคะ แต่ละโรงเรียนก็มีปัจจัยและองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป เข้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ โรงเรียนรัฐบาลที่ดีมีคุณภาพ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันค่ะ



Charter School เปรียบเป็นโรงเรียนเอกชนที่ได้งบจากรัฐบาลมาบริหารจัดการ เหมือนโรงเรียนรัฐบาลมากกว่าเอกชนในแง่ที่นักเรียนไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน แต่เหมือนโรงเรียนเอกชนในแง่ที่ไม่ต้องตามกฎข้อระเบียบของ School District โดยตรง เพียงแต่ภาพรวมของโรงเรียนและผลสอบของนักเรียนต้องออกมาดี มีประสิทธิผล เพื่อจะได้รับงบจากรัฐบาลมาจัดการดูแลโรงเรียนต่อไป


Charter School เหมือนกับ Magnet School ตรงที่ทุกคนมีสิทธิ์สมัครเข้าเรียนเท่ากันหมด บ้านไม่ได้อยู่ในโซนโรงเรียนก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้ แต่โรงเรียน Charter School จะแตกต่างกับ Magnet School ตรงที่ ไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะเป็นโรงเรียนเด่น โรงเรียนดัง บางที่ก็สามารถสมัครเข้าตรงได้เลย แต่ในกรณีที่เป็นโรงเรียน Charter ดังๆ ก็จะต้องสมัครเข้าผ่านระบบล็อตเตอร์รี่เหมือนกัน ดวงใครดวงมันอีกแล้ว ไม่เกี่ยวกับผลสอบว่าเก่งไม่เก่ง ยกเว้น 2 กรณีเดิม ที่จะมีสิทธิ์สูงกว่าคนอื่นๆ คือ 1. คนที่บ้านอยู่ในโซนโรงเรียน หรือ School District และ 2. คนที่มีพี่น้องเรียนอยู่ในโรงเรียน Magnet นั้นๆ อยู่แล้ว เลือกบ้าน = เลือกโรงเรียน win - win อีกแล้วจ้า


ข้อดีของ Charter School คือการมีอิสระและความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการมากกว่า Public School และ Magnet School เพราะฉะนั้น ถ้าบริหารดี จ้างและปั้นบุคลากรดี มีคุณภาพ ทุกอย่างก็จะจัดการได้อย่างรวดเร็วกว่า เห็นผลลัพธ์ที่ดีในด้านผลการเรียน และผลสอบวัดระดับของนักเรียน ข้อเสียที่ดูๆ มา คือ Facility โดยส่วนใหญ่ของ Charter School จะไม่ได้มีตึกและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับการใช้งานเพื่อเป็นสถานศึกษาโดยเฉพาะ เช่น อาจเช่าตึกในเมือง ไม่ได้มีโรงยิมดีๆ หรือมีสนามเด็กเล่นที่ดีเทียบเท่า Public School และ Magnet School (แต่บาง Magnet School ก็สถานที่ไม่ค่อยดี เน้นหลักสูตร ไม่เน้นสภาพแวดล้อมซักเท่าไหร่)


Note: สามารถหาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบการศึกษาในประเทศอเมริกา และโรงเรียน Charter ได้จากสารคดี Waiting for 'Superman' ค่ะ



หวังว่าบทความ ประเภทของโรงเรียนรัฐบาลในอเมริกา จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ข้อดีอันดับต้นๆ ในการอาศัยอยู่ในอเมริกา คือ เรามีสิทธิ์เลือกโรงเรียนที่ดี มีคุณภาพ และที่สำคัญเรียนฟรี ที่เหมาะกับบ้านเราและลูกเราที่สุดได้ อย่าลืมใช้สิทธิ์นั้นกันนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้น กฏข้อกำหนดของแต่ละรัฐ แต่ละ School District หรือแม้แต่ละโรงเรียน จนถึงแต่ละโปรแกรม นั้นไม่เหมือนกัน ต้องไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเอานะคะ


ถ้าอ่านแล้วชื่นชอบ หรือ บทความนี้มีประโยชน์ สามารถสนับสนุนบล็อกนี้ได้ด้วยการแชร์ หรือช่วยอุดหนุนสินค้าแนะนำกันได้ที่หน้าร้านใน Amazon นะคะ (ไม่ได้ขายของเองโดยตรงนะคะ เป็นการแนะนำสินค้าเฉยๆ) ขอบคุณมากค่า




Hi, I'm Ketsiree Tury. Let's Connect!

Foodie | Blogger | Content Strategist


เคยทำงานด้าน Digital Content Marketing ดูแลการทำเว็บไซต์และโซเชียล ค้นหาข้อมูลเขียนเนื้อหาและบทความบนเว็บไซต์นมผงชื่อดัง ผงซักฟอกยี่ห้อชื่อดัง รวมไปถึงแบรนด์ FMCG อีกหลายแบรนด์ แต่งานที่สำคัญที่สุดคือเป็นมัมมี่ของลูกจ้า


Facebook: Land of the Raising Sons

Instagram: Land of the Raising Sons

Pinterest: Land of the Raising Sons

Store: Land of the Raising Sons


1,821 views0 comments