• KETSIREE TURY

สังเกตุลักษณะของเด็ก Gifted

Updated: Nov 8

ขอเกริ่นว่าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้รู้เกี่ยวกับเด็ก Gifted นะคะ แต่สนใจด้านนี้ เพราะมีโอกาสได้มาทำความรู้จักกับเด็ก Gifted จากการมีลูกคนแรกนี่แหละ และเมื่อคิดย้อนกลับไปสมัยเรียนในรั้วจามจุรี ก็ลองนึกถึงเพื่อนหลายๆ คน คิดเล่นๆ ว่า อ๋อ คนนั้น คนนี้ต้อง Gifted แน่ๆ (แถมเรียนเก่งแล้ว ยังขยันกันสุดๆ สายชิว สายกิจกรรมอย่างแม่นี่ เกือบเอาตัวไม่รอด) เอาเป็นว่าถือเป็นคุณแม่คนนึง ที่มาแบ่งปันเรื่องราว เล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัวในการทำความรู้จักกับลักษณะของเด็ก Gifted แล้วกันนะคะ


Gifted Education ในอเมริกา, Gifted Program ในอเมริกา, การศึกษาในอเมริกา, การเลือกโรงเรียนในอเมริกา

บอกตรงๆ ว่าไม่เคยเอะใจคิดเลยว่าลูกเราจะเป็นเด็ก Gifted อาจเป็นเพราะว่าโตมากับโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงมาโดยตลอด คนนี้ก็เก่ง คนนั้นก็เก่ง แถมเราก็คิดว่าใครๆ ก็คิดว่าลูกเราเก่ง ลูกเราฉลาดอยู่แล้ว (ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้วนะคะ ถ้าพ่อแม่ไม่คิดว่าลูกเราเก่ง ลูกเราฉลาด แล้วใครจะมาคิดล่ะ!) ทำให้ไม่เคยได้ฉุกคิดเลยว่าลูกจะมีไอคิวขั้น Gifted แถมคนที่แม่นึกออกชัดๆ ว่า Gifted ตามสื่อที่โตมา ก็จะเป็นแนว Albert Einstein หรือ Stephen Hawking ซึ่งเด็ก Gifted ไม่จำเป็นว่าจะต้องใส่แว่นหรือดูเป็นเด็กเรียนเท่านั้นนะคะ




พอลูกชายเข้าชั้นอนุบาล ก็ได้มีโอกาสเข้าโปรแกรม Enrichment ที่โรงเรียน ตามผลคะแนนสอบวัดระดับของรัฐ (หลักสูตรวัดผล i-ready) ตอนนั้นแม่จึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของเด็ก Gifted ซึ่งตอนนั้นตื่นเต้นมาก เธอๆ มันจะใช่รึเปล่า ความภูมิใจมันพรั่งพรู ใจฟู ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งวัน ยิ่งกว่าสมัยพึ่งจีบกันกับผู้ชายใหม่ๆ


มาดูกันค่ะว่าลักษณะที่บ่งบอกได้ว่าเด็กเล็กอาจจะมี Giftedness มีอะไรบ้าง (แปลมาจากบทความ Source: https://www.pvschools.net/)


  • มีความตื่นตัวสูงในวัยทารก

  • นอนหลับไม่เยอะเท่าเด็กทารกทั่วไป

  • ยิ้มเร็วและจำคนดูแลได้ไว

  • มีสมาธิจดจ่อกับอะไรได้นาน

  • ทำนู่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา (High activity level)

  • มีการตอบสนองที่รุนแรงกับเสียง ความเจ็บ หรือ เวลาขัดข้องใจทำอะไรไม่ได้

  • มีพัฒนาการที่ดีและเร็วกว่าปกติ

  • ความจำเป็นเลิศ

  • ชอบเรียนรู้และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

  • มีพัฒนาการด้านภาษาที่เร็วและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

  • ชอบหนังสือเป็นพิเศษ

  • ช่างสงสัย

  • มีอารมณ์ขัน

  • แก้ปัญหาได้ดี

  • มีความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นนามธรรม (abstract reasoning) เช่น ความสุข ความรัก ความหวัง

  • มีจินตนาการเป็นเลิศ (เช่น มีเพื่อนในจินตนาการ)

  • มีความอ่อนไหวและมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น


ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงเกณฑ์เพื่อช่วยบ่งบอกได้ว่าเด็กเล็กอาจจะมี Giftedness นะคะ ต้องมีการสอบวัดผลไอคิวกับนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์ในการประเมินระดับสติปัญญาอย่างเป็นทางการก่อน ถึงจะยืนยันได้ว่า เด็กเป็นเด็ก Gifted หรือไม่ ซึ่งเท่าที่อ่านมา เวลาที่ดีที่สุดในการทดสอบคือช่วง 5-8 ขวบ อ่านหนังสือได้คล่องและพูดคุยสนทนารู้เรื่องแล้ว (ลูกชายได้คิวสอบช่วง 2-3 อาทิตย์หลังจากครบ 7 ขวบ)



ถ้าเด็กๆ มีลักษณะส่วนใหญ่ตรงกับลิสต์นี้โดยธรรมชาติ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าตัวเล็กที่บ้านอาจจะเป็นเด็ก Gifted ค่ะ สมัยลูกคนโตเป็นเด็กเดือน นอนกลางวัน วันละ 45 นาที วันที่โชคดีหน่อย อาจมี 1 ชั่วโมงนิดๆ แม่ไม่มีคนช่วย เลี้ยงลูกคนเดียว โปรดอย่าถามว่าเคยมีเวลาทำอะไรมั๊ย สู้ชีวิตมาขนาดไหน =_=' ทั้งนี้ทั้งนั้น ในจำนวนเด็ก 100 คน จะมีเด็ก 2 คน ที่ถือว่า Gifted (เยอะกว่าที่แม่เคยคิดไว้ค่อนข้างเยอะเลยล่ะ) ซึ่งเด็ก Gifted ก็จะมีแบ่งประเภทออกมาอีก ว่า Gifted ในระดับไหน เด็กที่อ่านหนังสือออกได้ตั้งแต่ 2-3 ขวบ เข้ามหาลัยตั้งแต่ยังไม่เริ่มวัยรุ่น แบบนั้นมีแค่ 1 หรือ 2 คน ในคนจำนวนหนึ่งล้านคน ส่วนไอคิวระดับ Elon Musk หรือ Mark Zuckerberg (IQ 150-155 โดยประมาณ) มี 1 ใน 10,000 คน แต่ในแง่ของความสำเร็จของ 2 คนนี้ เทียบเป็น 1 ในพันล้านคนได้เลยนะแม่ว่า


Gifted Education ในอเมริกา, Gifted Program ในอเมริกา, การศึกษาในอเมริกา, การเลือกโรงเรียนในอเมริกา

แต่ แต่ แต่ ไอคิวสูง ไม่ได้แปลว่าจะต้องประสบความสำเร็จสูงตามไอคิวนะคะ คนละส่วนกันเนาะ

อีกอย่างที่ควรรู้ คือ เด็กที่วัดผลไอคิวออกมาได้คะแนนสูง ไม่ใช่จะเป็นเด็กเก่งที่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติทุกคน บางคนมีปัญหาด้านการเรียนรู้อย่างอื่น เช่น ADHD, Dyslexic แม้แต่ Autistic ก็มี และบางคนก็มีปัญหาด้านเข้าสังคม หรือชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ซึ่งบางครั้งอาจเป็นปัญหาที่มาพร้อมกับไอคิวที่สูงเกินไป อย่างลูกชายเองมีปัญหาในการนอนไม่หลับบ่อยครั้ง เนื่องจากหัวสมองเค้าคิดอะไรมากมาย มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เด็ก Gifted เจอ Growth Hormone ที่หลั่งตอนนอนก่อน 4 ทุ่มอะไร ลืมไปได้เลย นอนไม่หลับจ้า


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ และขอเสริมว่าแม้ลูกเราจะไม่ Gifted ไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง เด็กไม่ต้องถึงไอคิวขั้น gifted ก็สามารถเรียน Space Engineering หรือ เป็นหมอด้าน Neurosurgeon ได้ ในขณะเดียวกัน ถึงแม้ลูกเราจะเก่งแค่ไหน gifted ระดับใด ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะต้องโตมาเป็นสูตรสำเร็จ ต้องทำ หรือ ต้องมีอะไรคืนสู่ให้โลกและสังคมมากกว่าคนทั่วไป



ถ้าอ่านแล้วชื่นชอบ หรือ บทความนี้มีประโยชน์ สามารถสนับสนุนบล็อกนี้ได้ด้วยการแชร์ หรือช่วยอุดหนุนสินค้าแนะนำกันได้ที่หน้าร้านใน Amazon นะคะ (ไม่ได้ขายของเองโดยตรงนะคะ เป็นการแนะนำสินค้าเฉยๆ) โดยเฉพาะ ของเล่นแนะนำ และ หนังสือแนะนำ ขอบคุณมากค่า





Hi, I'm Ketsiree Tury. Let's Connect!

Foodie | Blogger | Content Strategist


เคยทำงานด้าน Digital Content Marketing ดูแลการทำเว็บไซต์และโซเชียล ค้นหาข้อมูลเขียนเนื้อหาและบทความบนเว็บไซต์นมผงชื่อดัง ผงซักฟอกยี่ห้อชื่อดัง รวมไปถึงแบรนด์ FMCG อีกหลายแบรนด์ แต่งานที่สำคัญที่สุดคือเป็นมัมมี่ของลูกจ้า


Facebook: Land of the Raising Sons

Instagram: Land of the Raising Sons

Pinterest: Land of the Raising Sons

Store: Land of the Raising Sons

22 views0 comments